การใช้ Pinterest อย่างสร้างสรรค์

แน่นอนว่าชิ้นงานสร้างสรรค์ที่ดีที่สุดก็ต้องมีความสร้างสรรค์! ซึ่งเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ ทีมงานด้านข้อมูลเชิงลึกของเราได้วิจัยประสิทธิภาพของพินที่โปรโมทจำนวนกว่า 50,000 พินเป็นระยะเวลาหนึ่งปี แล้วจึงค้นพบว่าพินแบบใดที่ผู้คนมีส่วนร่วมด้วยมากที่สุด บางแง่มุมของการออกแบบอย่างสร้างสรรค์ส่งผลต่อประสิทธิภาพของพินมากกว่าแง่มุมอื่น คุณจะพบเคล็ดลับที่พิสูจน์แล้วว่าได้ผลดีที่สุดในคู่มือนี้

แชร์ไอเดียที่ดีที่สุด

ผู้คนใช้ Pinterest เพื่อหาไอเดียจากแบรนด์และธุรกิจต่างๆ เช่นธุรกิจของคุณ อีกทั้งพวกเขายังคอยมองหาไอเดียใหม่ๆ ไปลองใช้อยู่ตลอด ให้แน่ใจว่าพินของคุณสามารถจุดประกายความคิดและนำไปใช้ได้จริง

คิดให้เหมือนว่าคุณเป็น Pinner

ผู้คนใช้ Pinterest เพื่อเตรียมการล่วงหน้าสำหรับฤดูกาล วันหยุด หรือกิจกรรมที่พวกเขากำลังวางแผน ดังนั้นจึงควรเริ่มบันทึกลงใน Pinterest ล่วงหน้าประมาณ 45 วัน ซึ่งอาจเร็วกว่าเวลาที่คุณจะโพสต์เนื้อหาของคุณบนช่องทางอื่นๆ เพราะฉะนั้นให้ออกแบบสำหรับ Pinterest เป็นอันดับแรก

ใช้รูปภาพที่สะดุดตา

เพราะ Pinterest เน้นภาพ การใช้รูปภาพที่โดดเด่นและสื่อว่าคุณต้องการเสนออะไรจะสร้างข้อได้เปรียบให้แก่คุณ ภาพแนวไลฟ์สไตล์มักจะใช้ได้ผลมากกว่าภาพสินค้าโดดๆ อีกทั้งภาพที่มีความละเอียดและคุณภาพสูงจะออกมาดูดีที่สุดเสมอ เลี่ยงการใช้ภาพที่มีองค์ประกอบมากเกินไป ให้แน่ใจว่าข้อความในพินของคุณเข้าใจง่าย เนื่องจาก 80% ของเหล่า Pinner ใช้ Pinterest บนโทรศัพท์มือถือ

ใช้อัตราส่วนแนวตั้ง

พินต่างๆ จะจัดเรียงในแบบคอลัมน์ ดังนั้นพินแนวตั้งจึงใช้พื้นที่มากกว่าและมักจะโดดเด่นยิ่งขึ้นบนแพลตฟอร์มของเรา อัตราส่วนลักษณะที่เหมาะสมที่สุดสำหรับพินแนวตั้งคือ 2:3 ซึ่งหมายถึงกว้าง 600 พิกเซล x ยาว 900 พิกเซล เราไม่แนะนำให้ใช้พินที่มีความยาวเกินกว่านั้น เพราะอาจปรากฏไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ในบางที่ อีกทั้งเหล่า Pinner จะต้องขยายดูระยะใกล้เพื่อให้เห็นพินดังกล่าวครบทุกส่วน

ลองเพิ่มข้อความประกอบ (เล็กน้อย)

หากใช้แค่รูปภาพแล้วยังสื่อความได้ไม่เพียงพอ ให้เพิ่มข้อความประกอบลงบนรูปภาพเพื่อสร้างความเข้าใจมากยิ่งขึ้น ลองใช้พาดหัว หัวข้อย่อย คำอธิบายประกอบ หรือใช้วิธีที่สร้างสรรค์ในการจับคู่ตัวอักษรกับรูปภาพ เพียงแต่ต้องไม่มากจนเกินไป

ใช้การสร้างแบรนด์ที่มีรสนิยม

การสร้างแบรนด์แสดงถึงความน่าเชื่อถือและช่วยให้ผู้คนรับรู้ว่าพินนั้นมาจากที่ไหน ลองใส่สินค้าหรือบรรจุภัณฑ์ในรูปภาพของคุณ หรือจะใส่โลโก้ก็ได้เช่นกัน (เราไม่แนะนำให้ใส่ทั้งสองอย่างในรูปภาพเดียว) เลี่ยงการจัดวางโลโก้ไว้บริเวณมุมของพิน เพราะไอคอนการค้นหาภาพของเราจะบังโลโก้นั้น

ใส่คำบรรยายที่ละเอียดและเป็นประโยชน์

เมื่อมีผู้แตะพินเพื่อดูระยะใกล้ เขาก็จะเห็นคำบรรยายของคุณด้วยเช่นกัน ดังนั้นหากเป้าหมายของคุณคือการกระตุ้นจำนวนครั้งที่คลิก ให้ใช้คำบรรยายประกอบเพื่อบอกใบ้ว่ายังมีอะไรให้ดูเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ของคุณ นอกจากนั้นคำเชิญชวนโน้มน้าวให้ดำเนินการอย่างเช่น "เลือกซื้อ" "ทำดู" "หาได้ที่" หรือ "ซื้อเลย" ก็จะเป็นการกระตุ้นให้ผู้คนตัดสินใจดำเนินการต่อได้อีกด้วย

ใช้คีย์เวิร์ดที่เหมาะสม

ให้แน่ใจว่าพินของคุณปรากฏเมื่อค้นหาด้วยคำที่เกี่ยวข้อง โดยการใช้รูปภาพ ชื่อหัวข้อ และคำบรรยายที่ตรงกับคีย์เวิร์ดที่คุณกำหนดให้เป็นเป้าหมาย ลองคิดว่าคุณอยากให้พินของคุณปรากฏขึ้นมาเมื่อไรและต้องการให้ใครเห็นบ้าง ตัวอย่างเช่น หากคุณเป็นบล็อกเกอร์เกี่ยวกับอาหารหรือผู้เผยแพร่ที่มีสูตรอาหารสำหรับเทศกาลวันขอบคุณพระเจ้า ให้ใช้คำว่า "ขอบคุณพระเจ้า" และ "สูตรอาหาร" หรือหากคุณเป็นบริษัทที่ให้บริการด้านการเงินที่ต้องการเข้าถึงผู้ที่กำลังหาซื้อบ้านใหม่ ให้ลองใช้ "ซื้อบ้าน" และ "ความช่วยเหลือด้านการเงิน" การค้นหาสามารถช่วยคุณหาคีย์เวิร์ดได้เช่นกัน ตัวอย่างเช่น หากพินของคุณคือสูตรไก่อบ ให้ค้นหา “ไก่อบ” บน Pinterest คุณจะเห็นคำค้นหาที่แนะนำอย่าง “อบไก่ทั้งตัว” และ “อบไก่ด้วยเตาอบ” รวมถึงคำแนะนำการค้นหา เช่น “อย่างง่าย” หรือ “หม้อเหล็กหล่อ” เหล่านี้ล้วนเป็นคีย์เวิร์ดที่ยอดเยี่ยม ซึ่งคุณสามารถใส่ไว้ในคำบรรยาย (หากเหมาะสมกับพิน!)

ใส่แฮชแท็กที่เกี่ยวข้อง

ผู้คนใช้แฮชแท็กเพื่อค้นหาเนื้อหาที่เกี่ยวข้องและกำลังเป็นที่นิยม แฮชแท็กควรทำหน้าที่เป็นคำค้นหากว้างๆ ไม่ควรใช้สำหรับมุกตลกเฉพาะกลุ่ม ตัวอย่างเช่น #แฟชั่นฤดูใบไม้ผลิ นั้นเป็นแฮชแท็กที่ดี ส่วน #ฉันใส่หมวกไม่ขึ้นเลย เป็นแฮชแท็กที่ไม่ควรใช้

โปรโมทวิดีโอของคุณ

ภาพ เสียง และการเคลื่อนไหวสามารถเป็นวิธีที่ดึงดูดใจที่สุดในการทำให้ไอเดียน่าสนใจบน Pinterest ให้แน่ใจว่าวิดีโอของคุณทำขึ้นสำหรับโทรศัพท์มือถือและมีอัตราส่วนการแสดงผลเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส (1:1) หรือพอร์เทรต (9:16) เพื่อใช้พื้นที่บนหน้าจอให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

วิดีโอที่สั้นใช้ได้ผลดีที่สุดหากเป้าหมายของคุณคือการรับรู้แบรนด์หรือการบอกเล่าเรื่องราว ให้ใช้วิดีโอที่ยาวขึ้นเมื่อคุณต้องการให้ผู้คนมีปฏิสัมพันธ์กับไอเดียของคุณ ตัวอย่างเช่น เมื่อคุณกำลังให้การศึกษาหรือหรือทำการสาธิต เป็นต้น ไม่ว่าจะเลือกทางไหนก็ให้แน่ใจว่าข้อความที่ต้องการสื่อชัดเจนแม้จะไม่ได้เปิดเสียงก็ตาม